เรื่องน่ารู้: ฟางข้าว

thaihealth_c_bcquvwz12456

ฟางข้าว เป็นส่วนของต้นข้าวที่เหลือหลังการเก็บเกี่ยว และนำเมล็ดข้าวออก แล้ว ถือเป็นผลพลอยได้ทางการเกษตรจากนาข้าว ที่มีประโยชน์ในหลายด้าน

ซึ่งนอกเหนือใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค กระบือ ใช้ทำปุ๋ยหมัก เป็นวัสดุคลุมดินสำหรับรักษาความชุ่มชื้นของดิน และใช้คลุมดินแก้ปัญหาดินเค็ม  เป็นวัสดุเพาะเห็ดฟาง และมุงหลังคาแล้ว  ยังสามารถใช้ผลิตเป็นเยื่อกระดาษได้อีกด้วย ที่สำคัญเป็นวัสดุทางการเกษตรที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อสัตว์เคี้ยวเอื้อง เพราะมี โปรตีน 3.44% ไขมัน 1.88%  เยื่อใย 37.48% ส่วนด้านการปรับปรุงดินเป็นวัสดุที่มีปริมาณเถ้า 12.30%  และฟอสฟอรัส 0.11%.

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน เรื่องน่ารู้: ฟางข้าว

เรื่องน่ารู้: แคดอกแดง

thaihealth_c_gijnpqw23589

          แคดอกแดงนับเป็นพืชสมุนไพรประเภทต้น เป็นไม้พื้นบ้านเนื้ออ่อน นิยมปลูกเพื่อเป็นรั้วบ้าน สามารถปลูกได้ใน ทุกพื้นที่ ขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดที่แก่จัด มี อายุไม่นานและจะยืนต้นตาย

 ในทางสมุนไพรไทยใบแคมีสรรพคุณช่วยในการแก้ ไข้หวัดและถอนพิษไข้ช่วยดับพิษและถอนพิษ ส่วนดอกคนไทยเมื่อก่อนนิยมนำมาใช้ช่วยแก้อาการไข้เปลี่ยนฤดู ให้รสหวานเย็น และเปลือกต้นจะนำมาใช้ใน การคุมธาตุ แก้บิดมูกเลือด ตลอดจนช่วยชะล้างบาดแผล และช่วยในการสมาน แผลทั้งภายในและภายนอกของร่างกาย เป็นต้น

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน เรื่องน่ารู้: แคดอกแดง

พืชหัวพื้นบ้าน : เผือก

thaihealth_c_defmotvz2569

พืชหัวพื้นบ้านที่มักคุ้นกันดี พอๆ กับมันเทศ เนื้อเผือกมีสีต่างกันตั้งแต่สีขาว เหลือง ส้ม แดง หรือม่วง

ในเมืองไทยพบมี 4 ชนิด คือ เผือกหอม มีกลิ่นหอม กาบใบใหญ่สีเขียว เผือกเหลือง หัวขนาดย่อม หัวสีเหลือง เผือกไม้หรือเผือกไหหลำ หัวมีขนาดเล็ก และเผือกตาแดง ที่ตาของหัวมีสีแดงเข้ม มีหัวเล็กๆ ติดอยู่รอบหัวใหญ่ เป็นกลุ่มจำนวนมากกาบใบ เส้นใบสีแดง

ทั้งนี้ใบและยอดเผือกนำมาใช้เป็นผักได้ แต่ที่นิยมมากคือ หัวเผือก นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ต้ม ทอด แกง ขนมหวาน เผือกมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ช่วยบำรุงสุขภาพ อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 วิตามินซี แคลเซียม ฯลฯ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน พืชหัวพื้นบ้าน : เผือก

วิธีเพิ่มการกินผักผลไม้

32345483 - fruits and vegetables

ผักผลไม้ มีกากใยสูง ไร้ไขมัน ช่วยให้อิ่มไว อยู่ท้อง และระบบขับถ่ายดี กินผักเยอะ ทำให้กินอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง นอกจากนี้ยังมีวิตามิน กินเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีและปราศจากโรค แต่หลายคนกินผักน้อย ซึ่งการบริโภคผักและผลไม้น้อยก่อให้เกิดการสูญเสียทางสุขภาพส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการบริโภคผักและผลไม้ใน 1 วันไว้ว่าไม่ควรน้อยกว่า 400 กรัม แต่จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ของคนไทยกลับพบว่า คนไทย 75% กินผักผลไม้น้อยกว่าวันละ 400 กรัม หลายคนสงสัยว่า ผักผลไม้ 400 กรัมมีปริมาณเท่าใด?

สุจิตต์ สาลีพันธ์ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เลยแนะนำให้คิดเป็นทัพพีก็ได้ คือควรบริโภคไม่ต่ำกว่าวันละ 5 ทัพพี โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วยผัก 3 ส่วน ผลไม้ 2 ส่วน แต่พฤติกรรมการกินของคนไทยที่ส่วนใหญ่กินอาหารนอกบ้านและเน้นสะดวกสบาย 

นอกจากนี้ ยังมีวิธีเพิ่มการกินผักผลไม้ในชีวิตประจำวันง่ายๆ มาฝากกัน

ปั่นกรีนสมูทตี้ เลือกผลไม้ที่ชอบ เช่น กล้วย แอปเปิ้ล องุ่น ปั่นกับผักสด หรือผักลวก (ลวกน้ำเดือดไม่เกิน 10 วินาที) ดื่มตอนท้องว่าง หรือก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที ถ้าไม่มีเวลามากสำหรับมื้อเช้า ให้เตรียมผลไม้ให้พร้อมล่วงหน้า เช่น กล้วย แอปเปิ้ล ส้ม หรือผลไม้ที่ชอบ ระหว่างเดินทางไปทำงาน

เก็บผลไม้และผักติดตู้เย็น แช่ผลไม้ หรือแครอตจิ๋ว ผักต่างๆ ไว้ในตู้เย็นแทนขนม หรือช็อกโกแลต เวลาหิวจะได้หยิบผลไม้แทน และมีผักไว้กินทุกมื้อ ทุกครั้งที่ต้มซุป เพิ่มผักเข้าไป จะกินได้ง่ายขึ้นและอิ่มขึ้น เช่น ใช้ดอกกะหล่ำบดต้มแทนข้าวต้ม อร่อยหอม ประโยชน์สูง ไม่อ้วนด้วย

แพ็กอาหารไปกินที่ทำงาน เตรียมผักสลัดไว้ล่วงหน้า และทำเมนูข้าวอบง่ายๆ ใช้หม้อหุงข้าวทำหรือเป็นพวกฟักทองนึ่ง กินกับสลัด หรือไข่ต้มกินกับผักสลัด ก็ได้ 1 มื้อที่มีประโยชน์แล้ว โดยพกผักสลัดหรือผักลวกไปด้วย ส่วนมากเวลากินอาหารนอกบ้าน มักจะให้ผักในปริมาณน้อย พกผักไปด้วยและกินผักก่อนอาหารอย่างอื่น จะช่วยให้อิ่ม และกินอย่างอื่นได้น้อยลง

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน วิธีเพิ่มการกินผักผลไม้

เรื่องน่ารู้: ผักแพว

thaihealth_c_fjqrstvwx378

          ผักแพว เป็นพืชล้มลุก  ลำต้นตั้งตรงมีข้อเป็นระยะ ๆ ตามข้อมักมีรากงอกออกมา หรือลำต้นเป็นแบบทอดเลื้อยไปตามพื้นดินและมีรากงอกออกมาตามส่วนที่สัมผัสกับพื้นดิน เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และใช้ลำต้นปักชำ พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เกิดได้เองตามธรรมชาติ

ในทางสมุนไพรมีสรรพคุณช่วยป้องกันและต่อต้านมะเร็ง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ทำให้เจริญอาหาร รสเผ็ดของผักแพว มีสรรพคุณช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินสะดวกมากขึ้น บางพื้นที่นิยมนำมารับประทานเพื่อบรรเทาอาการเป็นหวัด  เป็นต้น.

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน เรื่องน่ารู้: ผักแพว

บัวบก : สมองสดใสคืนสู่วัยหนุ่มสาว

thaihealth_c_acmoqtvw1347

ชื่ออื่นๆ : กะโต่ ผักแว่น ผักหนอก ฯลฯ ผักพื้นบ้านที่กินอยู่ทุกวัน สมุนไพรบำรุงสมองที่คนเฒ่าคนแก่รู้จักกันดี ใช้บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงควมจำ บำรุงสายตา บำรุงผม บำรุงเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ ใช้ได้ทั้งเด็กและคนแก่ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดความดันโลหิตได้ มีรสเฝื่อนขมเย็น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้ลม แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงเสียง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยชะลอความแก่ชรา แก้โรคอัลไซเมอร์ การแพทย์จีนถือว่าบัวบกคือ “สมุนไพรของความเป็นหนุ่มสาว”

แนะนำวิธีใช้

(1) สูตรน้ำบัวบก

สรรพคุณ : ดื่มแก้ช้ำในหรือร้อนใน

1. เลือกใช้บัวบกที่ใบแก่กว่ากินเป็นผักสด ใช้ทั้งรากทำความสะอาดอย่างดี

2. ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนบดหรือตำ

3. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บดหรือตำแล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาที่ยังเหลืออยู่ ใช้น้ำสะอาดในการคั้น แต่ห้ามใช้น้ำร้อน หรือนำน้ำที่คั้นไปต้ม

4. กรองน้ำบัวบกโดยใช้ผ้าขาวบางห่างๆ แบบผ้ามุ้ง ถ้าผ้าถี่มากจะกรองไม่ออก

5. หลังกรองจะมีกาก ซึ่งเศษใบให้ทิ้งไว้ให้นอนก้นและทิ้งไป รินเฉพาะส่วนใสมาดื่ม

6. น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆ จากใบสดๆ จะดีที่สุด ไม่ควรเก็บน้ำบัวบกไว้นาน และต้องแช่เย็นไว้เสมอ

7. น้ำเชื่อมถ้าทำจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยยิ่งขึ้น

(2) น้ำมันบัวบก (สูตรอายุรเวท)

สรรพคุณ : บำรุงผมและหนังศรีษะ ช่วยให้ผมดกดำมีส่วนช่วยแก้ผมร่วง และหงอกก่อนวัย

วิธีการใช้ ชโลมเส้นผม นวดให้ทั่วหนังศรีษะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผมด้วยน้ำอุ่น (สระผมด้วยแชมพูตามปกติ)

ส่วนประกอบ : บัวบก 4 กิโลกรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร น้ำสะอาด 7 ลิตร

วิธีการทำ

1. ล้างบัวบกให้สะอาด

2. หั่นบัวบกเป็นชิ้นเล็กๆ

3. เติมน้ำลงไปในบัวบก นำไปปั่นให้ละเอียด

4. กรองเอาแต่น้ำบัวบก

5. นำน้ำบัวบกไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ไฟอ่อนๆ ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส

6. เคี่ยวจนเหลือแต่น้ำมันมะพร้าว ให้สังเกตลักษณะกากของน้ำมัน กากจะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย เป็นอันใช้ได้ ยกลงจากเตา กรองเอาน้ำมัน

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน บัวบก : สมองสดใสคืนสู่วัยหนุ่มสาว

ยังไงดีชีวิต? “เนย์มาร์” เอี่ยวคดีทุจริต ส่อจำคุก 2 ปี

เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แเดนกระทิงดุ ต้องพบกับเรื่องยุ่งยากในชีวิตเสียแล้ว หลังอัยการได้ยื่นส่งฟ้องขอให้ศาลสเปน สั่งจำคุกเป็นเวลา 2 ปี พร้อมทั้งปรับเงินอีก 10 ล้านยูโร (ราว 370 ล้านบาท) ฐานมีเอี่ยวเกี่ยวกับการทุจริตในเรื่องของการย้ายทีม

ดาวเตะวัย 24 ปี มีส่วนกับการคอร์รัปชั่นในการย้ายทีมจาก ซานโตส ต้นสังกัดเก่าในบ้านเกิด มาร่วมทีม  บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 ซึ่ง ซานโดร โรเซลล์ อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลนา ก็โดนตัดสินจำคุก 5 ปีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สโมสรบาร์เซโลนา ยังจะต้องถูกปรับเงินเป็นจำนวน 8.4 ล้านยูโรด้วย

โดยมีรายงานว่า ตัวของดาวเตะแซมบ้า และ อดีตประธานสโมสร ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป ซึ่งหากท้ายสุด ศาลตัดสินว่า เจ้าตัวมีความผิดจริง ตัวของดาวยิงทีมชาติบราซิล ก็จะได้รับโทษเพียงรอลงอาญาเท่านั้น

เนื่องจากตามกฏหมายของประเทศสเปน ผู้ใดก็ตามที่ไม่เคยทำความผิดมาก่อน และมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี จะได้รับการรอลงอาญา เพียงแต่ต้องจ่ายค่าปรับเต็มจำนวน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะเพื่อนร่วมสโมสรบาร์เซโลน่า เคยได้รับโทษจากคดีหลบเลี่ยงภาษี

เราให้บริการเกมส์พนัน คาสิโนออนไลน์ เล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกกับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง คาสิโนที่ให้บริการเกมส์บาคาร่าออนไลน์ พนันกีฬาออนไลน์อย่าง แทงบอลออนไลน์ และอีกมากมายมากมาย

โพสท์ใน ข่าวกีฬา | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน ยังไงดีชีวิต? “เนย์มาร์” เอี่ยวคดีทุจริต ส่อจำคุก 2 ปี

เรื่องดีๆ ของคนกิน `แห้ว`

38289879 - waterchestnuts isolated on a white background

สรรพคุณทางยา บรรเทาริดสีดวงทวาร อาการคลื่นไส้อาเจียน เพิ่มความอยากอาหารในเด็ก ขับปัสสาวะ ละลายเสมหะ บำรุงปอด บำรุงครรภ์ บำรุงธาตุ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดความดันโลหิต แก้พิษหัด น้ำแห้วสดช่วยบำรุงตับ กระเพาะอาหาร แก้อาการตาแดง แก้อาการเมาสุรา นอกจากนี้ในแห้วยังมีสารที่ชื่อว่า “Puchin” ที่มีสรรพคุณในการช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

แห้วจึงไม่ใช่แห้วอย่างชื่อความหมาย แถมรสชาติยังถูกปากและสามารถทำได้หลากหลายเมนู แห้วเพียง ½ ถ้วยตวง ถ้วยตวง มีโพแทสเซียมสูงถึง 360 มิลลิกรัม และการบริโภคถึง 4.7 กรัมต่อวัน ยังจะช่วยระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทให้ทำงานปกติ ร่างกายแข็งแรง จึงจัดเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะอีกด้วย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน เรื่องดีๆ ของคนกิน `แห้ว`

ดื่มน้ำให้ถูกวิธี จุดเริ่มต้นสุขภาพดี

39918729 - woman drinking water

เพราะร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 75% ของน้ำหนักตัว เราอาจจะอดอาหารได้เป็นเดือนๆ แต่ร่างกายไม่สามารถขาดน้ำได้เกินกว่า 3 -7 วัน

เพราะน้ำถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังที่มีน้ำอยู่ถึง 64%, กล้ามเนื้อ 79%, หัวใจ 73%, สมอง 73%, ปอด 83% หรือแม้กระทั่งกระดูกที่มีปริมาณน้ำอยู่ถึง 31% ดังนั้นประโยชน์ของการดื่มน้ำอย่างถูกวิธี จะช่วยทำให้สุขภาพและการทำงานของอวัยวะต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น การทำงานของหัวใจเป็นปกติ สมองปลอดโปร่ง ผิวพรรณชุ่มชื่น ไม่ปวดกระดูก อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงอย่างที่เรียกกันว่าสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

ดื่มน้ำเท่าไรดี?

ตำราไหนก็บอกว่า ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ว่าแต่ขนาดแก้วนี่คือแก้วเล็กหรือแก้วใหญ่ แล้วคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กก็ดื่มน้ำเท่ากันเหรอ ในความเป็นจริงทุกคนสามารถคำนวณปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันง่ายๆ โดยน้ำหนักร่างกาย 10 กิโลกรัม ต้องการน้ำ 300 มิลลิลิตรต่อวัน

ดังนั้น คนที่มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ก็ต้องการน้ำ 1,500 มิลลิลิตรต่อวัน คนที่น้ำหนัก 70 กิโลกรัม ร่างกายก็ต้องการน้ำ 2,100 มิลลิลิตรต่อวัน เป็นต้น และควรจะดื่มแบบค่อยๆ จิบตลอดวัน ทุก 15 – 20 นาที ไม่ใช่การดื่มรวดเดียวในปริมาณมากๆ

การดื่มน้ำช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น!

และสำหรับคนรักสุขภาพและการออกกำลังกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญกับการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากน้ำจะเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อแล้ว ยังส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ และช่วยรักษาการทำงานของข้อต่อต่างๆ อีกด้วย

การดื่มน้ำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายเพราะ

– กล้ามเนื้อทำงานได้ดี ซึ่งรวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ขนส่งออกซิเจนไปใช้ได้เพียงพอ

– ระบบหายใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

– เกลือแร่และน้ำในกล้ามเนื้อมีความสมดุล หากขาดความสมดุลจะเป็นสาเหตุของความเมื่อยล้าหลังออกกำลัง

– น้ำช่วยหล่อลื่นและลดการกระแทกของข้อต่อขณะเคลื่อนไหว

จากข้อมูลของ American College of Sports Medicine ระบุว่า ร่างกายควรได้รับน้ำทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลัง เพื่อป้องกันการขาดน้ำ

วิธีการป้องกันการขาดน้ำในระหว่างออกกำลังกาย

– 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย 500-600 มิลลิลิตร ปริมาณโดยรวมแนะนำให้ค่อยๆ จิบดื่มเป็นระยะไม่ใช่ดื่มในครั้งเดียว

– ระหว่างออกกำลังกาย 120-240 มิลลิลิตร ปริมาณโดยรวมเมื่อจิบน้ำทุก 15-20 นาที

– เมื่อชั่งน้ำหนักหลังออกกำลังกายแล้วให้ดื่มน้ำทดแทนในปริมาณที่เท่ากับน้ำหนักที่ลดไป

นั่นจึงเป็นเหตุผลของการชั่งน้ำหนักก่อน และหลังออกกำลังกายของนักกีฬา เพื่อจะได้รู้ปริมาณของน้ำที่ร่างกายเสียไป และดื่มทดแทนหลังออกกำลังกาย

ดังนั้นหากใครที่เคยออกกำลังแล้วรู้สึกว่าหมดแรงระหว่างออกกำลังกาย หลังออกกำลังกายมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ สภาพร่างกายอ่อนล้า วันรุ่งขึ้นดูโทรมแทนที่จะรู้สึกสดชื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำ เนื่องจากดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อปริมาณที่สูญเสียไป

โดยสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำที่สามารถจับสังเกตตัวเองได้ อาทิ กระหาย คอแห้ง ริมฝีปากแห้ง ตาโหล หายใจถี่ เวียนหัว ปัสสาวะสีเข้ม มีกลิ่นแรง ปัสสาวะน้อย ไม่มีแรง หงุดหงิดง่าย ประสิทธิภาพในการทำงาน การตัดสินใจ และการออกกำลังกาย ลดลง

รู้หรือไม่…

ยิ่งร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อมากเท่าไร ยิ่งมีปริมาณน้ำมากเท่านั้น ในทางกลับกัน ยิ่งร่างกายมีปริมาณไขมันมากเท่าไร ยิ่งมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อย

ดังนั้น ร่างกายที่มีปริมาณไขมันมากจึงลดประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายไปด้วย ถ้าอยากมีสุขภาพดีก็หันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการกันเถอะ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน ดื่มน้ำให้ถูกวิธี จุดเริ่มต้นสุขภาพดี

เผยเด็กแรกเกิดป่วย“ซิฟิลิส”เพิ่มขึ้น

17610218 - newborn baby  in incubator

“กรมควบคุมโรค” เผยเด็กแรกเกิดป่วยโรคซิฟิลิสสูงขึ้น พบมากเกือบ 100 ราย เหตุติดเชื้อจากมารดาไม่ได้รับฝากครรภ์ หรือฝากครรภ์แต่ไม่ติดตามผลเลือด เร่งเดินหน้ากำจัดซิฟิลิสแต่กำเนิดเหลือน้อยกว่า 50 ราย ในปี 63ที่โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพฯ นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม “แนวทางการดำเนินงานเพื่อยุติการถ่ายทอดเชื้อซิฟิลิส เอชไอวี โรคตับอักเสบจากไวรัสจากแม่สู่ลูก” ว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคซิฟิลิสในประเทศไทย มีแนวโน้มสูงขึ้น เห็นได้จากผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่มสูงขึ้น 2 เท่า ใน 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2548 มีผู้ป่วยโรคซิฟิลิส 1,557 ราย และเพิ่มเป็น 3,373 ราย ในปี 2558 แยกเป็นเพศชาย 2,308 ราย เพศหญิง 1,065 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากสุด คือ กลุ่มอายุ 15 – 24 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 25 – 34 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป ตามลำดับ ส่วนผู้ป่วยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (เด็กแรกเกิด ถึง 2 ปี) ก็พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกๆ ปีเช่นกัน โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2558 พบผู้ป่วยมากถึง 91 รายที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งทารกที่ป่วยส่วนหนึ่งเป็นจากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการฝากครรภ์ จึงไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อซิฟิลิส หรือบางรายรับการฝากครรภ์แล้วไม่มีการติดตามผลเลือด กรณีติดเชื้อจึงไม่ได้รับการรักษา จนตรวจพบเมื่อเข้ารับบริการคลอดในสถานพยาบาล“กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ จัดทำแนวทางในการดำเนินการกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด ทั้งการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ สามี หรือคู่เพศสัมพันธ์และทารก ในปี 2558 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบในระดับต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอัตราการเกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดให้ไม่เกิน 0.05 ต่อเด็กเกิดมีชีพ 1 พันราย ภายในปี พ.ศ. 2563 หรือเหลือน้อยกว่า 50 ราย”นพ.ภาณุมาศ กล่าวและว่า จากข้อมูลสถานการณ์ที่ผ่านมาประเทศไทย มีโอกาสสูงที่จะสามารถกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดได้ เพราะระบบบริการที่มีอยู่เอื้อต่อการดำเนินงาน ซึ่งต้องอาศัยการจัดทำแผนระดับชาติในการกำจัดโรคดังกล่าว และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมถึงมีการบูรณาการร่วมกับแผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์แห่งชาติ โดยเฉพาะด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเมื่อแรกเกิด

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน เผยเด็กแรกเกิดป่วย“ซิฟิลิส”เพิ่มขึ้น